บริการให้เช่ารถตู้ngv มีรถตู้ngvรุ่นใหม่ให้เช่า มีรถตู้เอ็นจีวีรุ่นใหม่ล่าสุดให้บริการ 24 ชม.
 
ทริปสำรวจปั๊มก๊าซเอ็นจีวี จาก จ.กรุงเทพ ขึ้นเหนือสู่ จ.เชียงใหม่ ด้วยรถตู้คอมมูเตอร์ รุ่น VVT-I ตอนที่ 1 เดินทางเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2551 กับทีมงานรถตู้เอ็นจีวี
การให้บริการเช่ารถตู้ngv
      ติดต่อเช่ารถตู้ngv ได้ที่ 080-2944442 ทุกเวลา
          หรือเมล์มาที่ rodtungv@hotmail.com
      มีรถตู้ngv รถตู้ngv 14 ไว้บริการ
      รถตู้ngv ของเรา เป็นรถตู้ngvรุ่นใหม่ล่าสุด แอร์เย็น
          พร้อมอำนวยความบันเทิงด้วยทีวี และเครื่องเสียง
      พนักงานขับรถตู้ngv ของเรา
          มีความชำนาญเส้นทางดี การบริการเยี่ยม
      การบริการรถตู้ngv ของเราไม่มีการเบี้ยวงาน
      ระยะเวลาของการให้เช่ารถตู้ngv
      การจองรถตู้เอ็นจีวีของเรา ท่านไม่จำเป็นต้องโอนเงินมัดจำมาให้เรา เพียงโทรศัพท์ยืนยันการเดินทางกับทีมงานรถตู้เอ็นจีวีของเรา เราจะทำการจัดรถตู้เอ็นจีวี TOYOTA รุ่นใหม่ VVT-I ให้ท่าน ถ้าหากท่านยังไม่มั่นใจในการจัดรถให้กับท่านลูกค้า ก็สามารถโอนเงินมัดจำเข้ามาได้เช่นกัน ตามรายละเอียดนี้
      ท่านสามารถจองรถตู้ngv ได้โดยไม่ต้องวางเงินมัดจำ
      ชมภาพเต็ม ๆ กับรถตู้ngv รุ่นใหม่ของเรา
      คำนวณระยะทางจากกรุงเทพ ถึง อ.เมือง ของจังหวัดต่าง ๆ
ข้อมูลและสาระของรถตู้ngv
      ก๊าซธรรมชาติคืออะไร
      การใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ
      มารู้จักก๊าซ ngv กันเถอะ
      การใช้ก๊าซ ngv สำหรับรถยนต์
      รูปแบบเครื่องยนต์ที่ใช้กับก๊าซ ngv
      ก๊าซ ngv คือทางเลือกใหม่
      คุณสมบัติพิเศษของก๊าซ ngv
      ถังก๊าซ ngv
      ความปลอดภัยของระบบเชื้อเพลิงก๊าซngv
      การซ่อมบำรุงปรับเปลี่ยน
      ปั๊มก๊าซngv ทั่วประเทศ
      FAQ ngv
      ราคาน้ำมันวันนี้
      ราคาก๊าซngv วันนี้
เว็บไซต์ที่สนับสนุนข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ
      www.vcharkarn.com
      www.tlcthai.com
      สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
อัพเดทล่าสุด
การติดต่อผู้ให้บริการเช่ารถตู้NGVรุ่นใหม่
ที่ตั้งสถานที่ให้เช่ารถตู้NGV : 160/248 หมู่บ้านสวนทิพย์2 ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110 (ทีมงานรถตู้ngv จะประจำอยู่ในเขตกรุงเทพฯ)
ติดต่อสอบถามได้ที่ : โทรศัพท์.080-2944442 หรือ
084-4979873(ต้า)
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว : นายอรรณพ นันยา
ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว : 12/1249
    แสดงความคิดเห็นรถตู้ngv
         ได้ที่เว็บบอร์ด ถาม-ตอบ

   ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน รถตู้ngv
      หรือรถตู้น้ำมัน เราจะพาไป
สนใจแลกลิงค์ ให้นำโค๊ดนี้
ไปไว้ในเว็บไซต์ท่านแล้วติดต่อมาที่
รถตู้ngv ให้เช่ารถตู้ngv มีรถตู้ngvให้เช่า
ไปเที่ยวดอทคอมเวปที่นำเสนอข้อมูลเพื่อการตัดสินใจก่อนที่คุณจะไปเที่ยว Information travel in thailand
COPY Right All Righ Reserve
Brithday 22 July 2008 :
Power By annaontour.com
คีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหา รถตู้เอ็นจีวี
ให้เช่ารถตู้
ให้เช่ารถตู้
เช่ารถตู้
ให้เช่ารถตู้เอ็นจีวี
เช่ารถตู้เอ็นจีวี
รถตู้เอ็นจีวี
รถตู้นำเที่ยว
รถตู้พาเที่ยว
นำเที่ยวด้วยรถตู้
เที่ยวไทยด้วยรถตู้
ชวนเที่ยวด้วยรถตู้
รถตู้เอ็นจีวีพาเที่ยว
ชวนเที่ยวด้วยรถตู้เอ็นจีวี
พาเที่ยวด้วยรถตู้เอ็นจีวี
รถตู้เอ็นจีวี หรือ รถตู้ngv เว็บไซต์เพื่อให้บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี จริง ๆ
การใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ
โดยปกติก๊าซธรรมชาติจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีพิษ ซึ่งเราสามารถนำก๊าซธรรมชาติ มาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อเอาก๊าซธรรมชาติมาเผา จะเผาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ค่อยมีก๊าซพิษออกมานัก จึงถือว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นก๊าซธรรมชาติจึงได้ชื่อว่าเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้รถประจำทางของขสมก. ได้เอาก๊าซนี้มาใช้ และโฆษณาว่าเป็นรถปลอดมลพิษ
 
รถ NGV ที่เห็นวิ่งอยู่ในบ้านเรา
แหล่งกำเนิดก๊าซธรรมชาติ ในประเทศไทยมี 2 แหล่งด้วยกัน คือ
ในทะเล (มีปริมาณมาก) ได้แก่ บริเวณอ่าวไทย (ผู้ผลิต : UNOCAL, TOTAL, THAIPO)
บนบก (มีปริมาณน้อย) ได้แก่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น (ผู้ผลิต : ESSO)
การใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ ดังที่กล่าวข้างต้นว่า ก๊าซธรรมชาติ มีก๊าซหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันไป คือ ก๊าซมีเทน อีเทน โพรเพน และบิวเทน
ก๊าซพวกนี้เป็นสารไฮโดรคาร์บอนทั้งสิ้น เมื่อจะเอามาใช้ต้องแยกก๊าซออกจากกันและกันเสียก่อน จึงจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ในปัจจุบันประเทศไทยมีโรงแยก/แปรสภาพก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งด้วยกันคือ
- โรงแยกก๊าซธรรมชาติของการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
- โรงแยกก๊าซธรรมชาติของการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช
กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม และให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด จะแตกต่าง จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ที่เริ่มต้นการกลั่น ด้วยการแยกองค์ประกอบน้ำมัน ส่วนที่ เบา ที่สุด ออกมาก่อน ขณะที่การแยกก๊าซธรรมชาตินั้น สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ส่วนที่ หนัก ที่สุด จะถูกแยกออกเป็นลำดับแรก ผลิตภัณฑ์ที่ได ้จากโรงแยกแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ สามารถจำแนกตามลักษณะ ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่แยกออก และนำไปใช้ประโยชน์ต่อกระบวนการผลิตอื่น ๆ ดังนี้
1. ก๊าซมีเทน (C1) : ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และนำไปอัดใส่ถังด้วยความดันสูง เรียกว่าก๊าซธรรมชาติอัด สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ รู้จักกันในชื่อว่า “ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์” (Natural Gas for Vehicles : NGV)
2. ก๊าซอีเทน (C2) : ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น สามารถนำไปใช้ผลิตเม็ดพลาสติก เส้นใยพลาสติกชนิดต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้แปรรูปต่อไป
3. ก๊าซโพรเพน (C3) และ ก๊าซบิวเทน (C4) : ก๊าซโพรเพนใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นได้เช่นเดียวกัน และหากนำเอาก๊าซโพรเพนกับก๊าซบิวเทนมาผสมกัน อัดใส่ถังเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) หรือที่เรียกว่าก๊าซหุงต้ม สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ และใช้ในการเชื่อมโลหะได้รวมทั้งยังนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทได้อีกด้วย โอ้โฮ! มีประโยชน์มากจริงเลยน่ะ
4. ไฮโดรคาร์บอนเหลว (Heavier Hydrocarbon): อยู่ในสถานะที่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันบรรยากาศ เมื่อผลิตขึ้นมาถึงปากบ่อบนแท่นผลิต สามารถแยกจากไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซบนแท่นผลิต เรียกว่า คอนเดนเสท (Condensate) สามารถลำเลียงขนส่งโดยทางเรือหรือทางท่อ นำไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปต่อไป
5. ก๊าซโซลีนธรรมชาติ : แม้ว่าจะมีการแยกคอนเดนเสทออกเมื่อทำการผลิตขึ้นมาถึงปากบ่อบนแท่นผลิตแล้ว แต่ก็ยังมีไฮโดรคาร์บอนเหลวบางส่วนหลุดไปกับไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ เมื่อผ่านกระบวนการแยกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแล้ว ไฮโดรคาร์บอนเหลวนี้ก็จะถูกแยกออก เรียกว่า ก๊าซโซลีนธรรมชาติ หรือ NGL (natural gasoline) และส่งเข้าไปยังโรงกลั่นน้ำมัน เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปได้เช่นเดียวกับคอนเดนเสท และยังเป็นตัวทำละลาย ซึ่งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมบางประเภทได้เช่นกัน
6. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ : เมื่อผ่านกระบวนการแยกแล้ว จะถูกนำไปทำให้อยู่ในสภาพของแข็ง เรียกว่า น้ำแข็งแห้ง นำไปใช้ในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร อุตสาหกรรมน้ำอัดลมและเบียร์ ใช้ในการถนอมอาหารระหว่างการขนส่ง นำไปเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำฝนเทียม และนำไปใช้สร้างควันในอุตสาหกรรมบันเทิง อาทิ การแสดงคอนเสิร์ต หรือการถ่ายทำภาพยนต์ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้วัยรุ่นคุ้นเคยเป็นอย่างดีล่ะซิ
ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีแหล่งก๊าซของตัวเอง เมื่อแยกก๊าซอื่น ๆ ออกไปแล้วก็จะนำส่วนที่มีปริมาณก๊าซ มีเทนมากนี้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เดิมเรียก ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas “CNG”) แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น ก๊าซธรรมชาติสำหรับ ยานพาหนะ หรือ Natural Gas For Vehicles “NGV” หรือที่เรียกกันว่า เอ็นจีวี) ซึ่งสำหรับในประเทศไทยของเราก็ได้มีมาตรการส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาดในยานพาหนะ โดยมีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการทดลองการดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รายละเอียดของการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้สำหรับยานพาหนะของเราจะเป็นเช่นไร มีผลดี – ผลเสียอย่างไรนั้นต้องคอยติดตามกันต่อไป
ก๊าซธรรมชาติในสถานะต่างๆที่ควรรู้จัก
1. Pipe Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติที่ขนส่งโดยทางท่อ เรียกชื่อทางการตลาดว่า Sale Gas คือ ก๊าซธรรมชาติที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ ถูกขนส่งด้วยระบบท่อเพื่อส่งให้กับผู้ใช้ที่เป็นลูกค้า นำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือในโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ผลิตไฟฟ้า
2. NGV หรือ Natural Gas for Vehicles คือ รูปแบบของการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน เมื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติมาทางท่อ จะส่งเข้าสถานีบริการ และเครื่องเพิ่มความดันก๊าซ ณ สถานีบริการจะรับก๊าซธรรมชาติที่มีความดันต่ำจากระบบท่อมาอัดเพิ่มความดันประมาณ 3,000-3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จากนั้น ก็จะสามารถเติมใส่ถังเก็บก๊าซฯ ของรถยนต์ต่อไป
(บางท่านอาจจะสงสัยว่า 3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้วเนี่ยมันมีแรงดันมากแค่ไหนกันน่ะ จริงๆ แล้วเป็นแรงดันที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว คิดแล้วเท่ากับ 240 เท่าของความดันบรรยากาศ หรือ ลองคิดว่ามีของหนักถึงประมาณ 38,730 กิโลกรัมอยู่บนฝ่ามือข้างเดียวของท่านดูซิ ฮึม หนักมากๆ เลยล่ะ)
3. LNG หรือ Liquefied Natural Gas ในการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตไปยังบริเวณที่ใช้ ปกติจะขนส่งโดยระบบท่อ แต่ในกรณี ที่ระยะทาง ระหว่างแหล่งผลิตกับบริเวณที่ใช้ มีระยะทางไกลเกินกว่า 2,000 กิโลเมตร การวางท่อส่งก๊าซฯ จะต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก จึงมีการขนส่งด้วยเรือที่ถูกออกแบบไว้เฉพาะ โดยการทำก๊าซธรรมชาติ ให้กลายสภาพเป็นของเหลว เพื่อให้ปริมาตรลดลงประมาณ 600 เท่า โดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิ -160 องศาเซลเซียส (ต่ำกว่าอุณหภูมิที่ขั้วโลกเสียอีกนะค่ะ จากสถิติอุณหภูมิต่ำสุดของโลก คือ ที่ วอสตอก ทวีปแอนตาร์กติก อุณหภูมิอยู่ในระดับ -89.2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่วัดในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2526) ซึ่งการขนส่งก๊าซในรูปของ LNG นี้ จะประหยัด ค่าใช้จ่าย มากกว่าการขนส่งด้วยระบบท่อ
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.tlcthai.com
ขอขอบคุณข้อมูลจากวิชาการ.คอม www.vcharkarn.com